news-details
17-09-2024
ธอส. ห่วงใยผู้ประสบภัยอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมติดต่อช่วยเหลือลูกค้าผ่านทุกช่องทาง เพื่อร่วมก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ประสบปัญหาภัยพิบัติ

ทางธรรมชาติ ฝนตกหนัก น้้าท่วมฉับพลัน น้้าป่าไหลหลาก โดยพร้อมติดต่อให้ความช่วยเหลือลูกค้า

ธนาคารผ่าน “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2567” ในทุกช่องทาง เพื่อดูแลให้

ลูกค้าและประชาชนก้าวผ่านวิกฤตอุทกภัยในครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยผู้ที่ประสบภัยสามารถติดต่อสาขา

ธนาคารทั่วประเทศ เพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567


นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)เปิดเผยว่า ธอส.ขอแสดงความห่วงใย

และเป็นก้าลังใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้้าท่วมฉับพลัน

น้้าป่าไหลหลาก ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจ้านวนมาก

ซึ่ง ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ“ท้าให้คนไทยมีบ้าน” ธอส. พร้อมติดต่อให้ความช่วยเหลือลูกค้า

ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มที่ ผ่าน“มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ปี 2567”ในทุก ๆ ช่องทาง เพื่อ

เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาและร่วมดูแลลูกค้าและประชาชนให้ก้าวผ่านวิกฤตจากการเกิดอุทกภัยในครั้งนี้ไป

ด้วยกัน โดยมาตรการช่วยเหลือของ ธอส. มีจ้านวน 7 มาตรการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าประชาชน

ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1:ส้าหรับลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่อยู่ระหว่างการใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (MRR -0.50%, MRR -1.00%

หรือ MRR เป็นต้น) กรณีหลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจ้านองกับธนาคาร) ของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหาย

จากภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถขอลดเงินงวด 50% จากเงินงวดที่ช้าระปกติ และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ

2.00% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน

มาตรการที่ 2 : ส้าหรับลูกค้ากู้ใหม่ หรือลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่หลักประกันของตนเองหรือคู่สมรส

ได้รับความเสียหาย/ผลกระทบจากการประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ สามารถขอกู้เพิ่ม หรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างอาคาร

ทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย วงเงินให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 หลักประกัน

คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 2.00% ต่อปีนาน 1 ปี, ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR -3.30% ต่อปี (ปัจจุบันเท่ากับ

3.245%ต่อปี), ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR -2.40% ต่อปี (ปัจจุบันเท่ากับ 4.145% ต่อปี) และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุ

สัญญาเงินกู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR -1.00% ต่อปี, กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป

อัตราดอกเบี้ย เท่ากับ MRR -0.50% ต่อปี

มาตรการที่ 3: ส้าหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน

1 ปี 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และไม่ต้องช้าระเงินงวด จากนั้นเดือนที่

7-18 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี โดยให้ผ่อนช้าระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลา

ประนอมหนี้ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 4: ส้าหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน

1 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 6 เดือนแรก และผ่อนช้าระเงินงวดเพียง 1,000 บาท (ตัดเงินต้นทั้งหมด)

จากนั้น เดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี โดยให้ผ่อนช้าระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน

บวกอีก 100 บาท และเมื่อผ่อนช้าระครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกค้ากลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิ

เดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 5: ส้าหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนช้าระ

โดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่คงเหลือ (พิจารณาเป็นรายกรณี)

มาตรการที่ 6: ส้าหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง

และไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนช้าระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดิน

ที่คงเหลือเท่านั้น (พิจารณาเป็นรายกรณี)

มาตรการที่ 7:พิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fast Track) ส้าหรับลูกค้าที่ท้ากรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย

ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติกับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ พิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่ประสบภัย

ทุกราย อย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยผู้เอาประกันสามารถแจ้งความเสียหายโดยใช้ภาพถ่าย จ่ายตาม

ความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท และส้าหรับลูกค้าที่มีกรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่

1 พฤศจิกายน 2562 เพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปี

(รายละเอียดและเงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์)ทั้งนี้ ลูกค้าที่ประสงค์ขอรับบริการตามมาตรการที่ 1-6

สามารถติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่30 ธันวาคม 2567 และมาตรการที่ 7

ติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขา

ทั่วประเทศ หรือ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือFacebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์