news-details
24-09-2024
ททท.ชูเสน่ห์ไทย Soft Power ด้านแฟชั่นแอนด์คลาสจัดแสดงผลงานไทยครับ destination ต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมเพิ่มพูนค่าทางเศรษฐกิจใน 6 จังหวัดเมืองสร้างสรรค์สร้างเสน่ห์แฟชั่นไทยในระดับสากล

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)โดยฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว

แถลงข่าวกิจกรรมแสดงผลงาน ''Thai Craft destination'' ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวผ่านการพัฒนาระดับผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบท้องถิ่นด้วยเสน่ห์ไทยซอฟเพาเวอร์ด้านแฟชั่นแอนด์ครับโดยมีนางสาวเด่นเดือนเหลืองเห็นผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยวทททเป็นประธานในการแถลงข่าวณบริเวณชั้น G โครงการเวลา @สินธรวิลเลจหลังสวนกรุงเทพฯเพื่อนำเสนอผลงานสร้างสรรค์พร้อมสนุกสนานกับกิจกรรมสาธิตแฟชั่นแอนด์ครับจาก 6

จังหวัดเมืองสร้างสรรค์ (Creative City ) ต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างเสน่ห์แฟชั่นภายในระดับสากล


นางสาวเด่นเดือน เหลืองเข็ง ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ย ททท. กล่าวว่า ททท. ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยด้วยการนำเสนอ เสน่ห์ไทย หรือ Soft Power อันเป็นจุดแข็งจุดขายของประเทศไทยควบคู่กับ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) เพื่อบอกเล่าเรื่องราว (Storytelling) และถ่ายทอดประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับ Soft Power ซึ่งถือเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งของประเทศ ททท. จึงดำเนินโครงการพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power ผ่านกิจกรรมแสดงผลงาน “Thai Craft Destination" ที่นำเสนอ สินค้าการท่องเที่ยวด้าน Fashion & Craft ใน 6 จังหวัดเมืองสร้างสรรค์ (Creative Tourism) ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, แพร่, ขอนแก่น, สกลนคร, นครศรีธรรมราช และปัตตานี มาจัดแสดงให้ผู้ที่สนใจได้รับชม พร้อมเชิญ ชวนร่วมสนุกกับกิจกรรมสาธิตภายในงาน การจัดงานในครั้งนี้นอกจากจะ เป็นการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์และสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้ได้รู้จักเป็น วงกว้างแล้ว ยังเป็นการต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวและเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกต่อไป


ภายในงาน ททท. ได้จัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ด้าน Fashion & Craft จากชุมชนท่องเที่ยว 6 จังหวัดเมืองสร้างสรรค์ (Creative Tourism)

เพื่อส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่าน Soft Power โดยมีรายละเอียด แนวคิดของแต่ละจังหวัด ดังต่อไปนี้

1. จังหวัดเชียงใหม่ (แดนจักสานและงานไม้) จัดแสดงภายใต้แนวคิด "Chiang Mai Upcycling” ชาวเชียงใหม่ผูกพันกับธรรมชาติและงาน ฝีมืออย่างแนบแน่น โดยเฉพาะงานไม้และงานจักสานที่สืบทอดกันมาแต่ โบราณ จึงมีความคิดสร้างสรรค์ในการนำวัสดุที่เหลือจากงานหัตถกรรม หมุนเวียนกลับมาสร้างเป็นสินค้าใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

2. จังหวัดแพร่ (แดนหม้อห้อม) จัดแสดงภายใต้แนวคิด “Retreat Phrae” การนำวัตถุดิบท้องถิ่นอย่าง “ห้อม” พืชที่ให้สีน้ำเงิน และเติบโตได้ ดิท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดแพร่ นิยมนำมาย้อมผ้า สำหรับสวมใส่ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุนและสร้างอาชีพให้ กับคนในชุมชนมาข้านาน จากงานหัตถกรรมตั้งเดิมจึงได้รังสรรค์ขึ้นใหม่ผ่าน แรงบันดาลใจจากธรรมชาติสู่การพัฒนารูปแบบสินค้าห้อมให้ทันสมัย

3. จังหวัดขอนแก่น (แดนมัดหมี่) จัดแสดงภายใต้แนวคิด “Circular Phuvieng” ผ้ามัดหมี่ร่วมสมัยจากแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งจังหวัด ขอนแก่นสามารถลดการนำเข้าวัตถุดิบใหม่ และหันมาใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด เศษเส้นไหมมากมายจากการทอผ้าถุงถูกนำมา ออกแบบเทคนิคการทอใหม่ เกิดเป็นลายใหม่ที่แลดูคล้ายการทับซ้อนของ ขั้นหินฟอสซิลในอุทยานธรณีภูเวียง ประสานกับการจับคู่ติทำให้ดูร่วมสมัย เกิดเป็นผืนผ้าที่นำไปต่อยอดเป็นสินค้าอื่นๆ ได้อีกมากมาย

4. จังหวัดสกลนคร (แดนสีคราม) ภายใต้แนวคิด “Keep Kram @ Sakon Nakorn" ครามสกล เป็นเอกลักษณ์เล่น่ห์ไทยประจำท้องถิ่น สีครามเป็นสีที่อยู่กึ่งกลางระหว่างยามราตรีและท้องทะเลลึกที่เรารู้จักกันใน ชื่อ “เนวี่บลู” จัดอยู่ในประเภท “สิเย็น” ซึ่งมีคุณสมบัติเมื่อนำไปผสมกับสี อื่นๆ จะทำให้เกิดลิใหม่ที่ยังแฝงเอกลักษณ์ของสิครามเอาไว้ ให้ความรู้สึก ผ่อนคลายจิตใจ บอกเล่าผ่านภาพของทิวเขาภูพานบนผืนผ้าคราม บรรจง ปักด้วยเส้นไหมหลากสีสันที่ สะท้อนภาพความสัมพันธ์ของผืนป่าและขุมขน อย่างชัดเจน

5. จังหวัดนครศรีธรรมราช (แดนถมนคร) ภายใต้แนวคิด “Nakorn Sri Reserve : ขลังนคร” งานถมนคร ศิลปะโบราณทิลร้างสรรค์ลวดลายดี เงินและดำอันประณิต เป็นงานศิลปหัตถกรรมชั้นสูงที่คนนครศรีธรรมราย และคนไทยภาคภูมิใจมาตั้งแต่สมัยโบราณ ต้องรักษาให้คงอยู่ในบริบท ปัจจุบัน โดยประยุกต์ใช้เทคนิคและพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ทำให้เกิดรูนแบบที่มีทั้งความสวยงาม รวมสมัย มีคุณค่า และยังคงความเป็น อัตลักษณ์จากภูมิปัญญาดั้งเดิม

6. จังหวัดปัตตานี (บาติกแดนใต้) ภายใต้แนวคิด “Diversity Pattani” การผสมผสานอย่างกลมเกลียวของพหุวัฒนธรรมในปัตตานี ก่อ ให้เกิดความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรมของพื้นที

สร้างสรรค์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์สูง ความงดงามถูกถ่ายทอดลงบนงาน หัตถศิลป์อย่าง “ผ้าบาติก” ซึ่งแต่ละผืนถูกรังสรรค์ด้วยเทคนิคฝีมือการวาด เทียนด้วยมือแบบโบราณ หรือการปั๊มด้วยบล็อกไม้หรือการให้สีสิน เกิดเป็น ผลงานสร้างสรรค์ที่ไม่ซ้ำใครสำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมการจัดแสดงผลงาน Thai Craft


Destination งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2567 ณ บริเวณ ชั้น G โครงการเวลา แอท สินธร วิลเลจ หลังสวน กรุงเทพมหานคร หรือ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์

tourismproduct.tourismthailand.org หรือ โทร. 1672 Travel Buddy