news-details
25-10-2024
กสว. แนะโมเดลสร้างคนฉลาดรู้ในไทยด้วยพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมชูต้นแบบ “มิไรกัง” จากประเทศญี่ปุ่น สร้างนักสื่อสารวิทย์ – คนเก่ง พร้อมกระตุ้นคนในชาติสนใจวิทยาศาสตร์เฉียดปีละ 1 ล้านคน


กรุงเทพฯ 25 ตุลาคม 2567 – ศ.เกียรติคุณ ดร. นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) นำคณะ กสว. และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม (สกสว.) เยี่ยมชมมิไรกัง หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งอนาคต (National Museum of Emerging Science and Innovation) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนายโยอิชิ อิโตะ กรรมการบริหารของมิไรกัง และคณะให้การต้อนรับ

ศ.เกียรติคุณ ดร. นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) กล่าวว่า มิไรกัง (Miraikan) หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งอนาคต เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการเพื่อสร้างการรับรู้ถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงกระตุ้นความคิดและการจินตนาการถึงโลกและการใช้ชีวิตในอนาคต ภายใต้การบริหารของ ดร. อะซากาวะ ชิเอโกะ ผู้อำนวยการท่านปัจจุบันซึ่งมีข้อจำกัดทางการมองเห็น โดยได้ริเริ่ม 5 initiatives ให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ “มิไรกัง 2030” ที่มุ่งสร้างแพลตฟอร์มเพื่ออนาคต ได้แก่ Envisioning People's Future, Shaping the Future, Creating Together, Cultivating Future Creators และ Sustainability and Accessibility เพราะเล็งเห็นว่าเรื่องของการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก จึงมุ่งสร้างนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ (Science Communicators) ซึ่งตอนนี้ได้ผลิตนักสื่อสารวิทยาศาสตร์มากว่า 180 คน นอกจากการผลิตกำลังคนที่ช่วยสื่อสารในเรื่องความสำคัญของวิทยาศาสตร์ มิไรกังยังมีการออกแบบนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยให้ประชาชนมองเรื่องของอนาคตเป็นเรื่องใกล้ตัว ภายใต้ 4 ธีมหลัก ได้แก่ Life, Society, Earth, และ Frontier ซึ่งทั้งสี่ธีมนี้จะเชื่อมมุมมองของการมองอนาคตที่ต้องพึ่งพาและเชื่อมโยงกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

“มิไรกังมีนิทรรศการถาวรแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. Explore the Frontier จัดแสดงประเด็นใหญ่ทางวิทยาศาสตร์ที่ควรรู้ เช่น ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ การใช้ชีวิตในอวกาศ ประสาทวิทยา เซลล์ สิ่งแวดล้อม การรับมือภัยพิบัติ และการค้นพบสำคัญของวิทยาศาสตร์พื้นฐานต่าง ๆ เป็นต้น 2. Create Your Future จัดแสดงประเด็นที่สำคัญที่จะมีบทบาทเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตในอนาคต เช่น อินเตอร์เน็ต ดิจิทัล หุ่นยนต์ สังคมสูงวัย และยังมีนิทรรศการที่เชิญชวนผู้เข้าชมให้ร่วมตอบคำถามเกี่ยวกับอนาคตจากผู้รับรางวัลโนเบลสาขาต่าง ๆ กว่า 28 ท่าน และ 3. Discover Your Earth จัดแสดงข้อมูลภูมิศาสตร์บนจอแสดงผลลูกโลกขนาดใหญ่ ซึ่งผู้เข้าชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์เพื่อเรียกดูข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ ของโลก ณ ปัจจุบันได้ นอกจากนี้ ความน่าสนใจของมิไรกังอีกมิติคือการมี Research Lab ในตัวพิพิธภัณฑ์เอง โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยสามารถมาร่วมทำงานที่ห้องปฏิบัติการที่มิไรกังได้ จุดเด่นที่มิไรกังใช้เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักวิจัยภายนอกมาร่วมงานด้วยคือการที่มิไรกังมีการวิจัยสำรวจข้อมูลจากผู้เข้าเยี่ยมชมทั้งมิติของการตอบสนองทางสังคม จริยธรรม ซึ่งเรียกว่าเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพราะในแต่ละปีทางมิไรกังจะมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมปีละเกือบแปดแสนคน นอกจากนี้ มิไรกังยังมีนิทรรศการหมุนเวียน รวมถึงการฉายวีดีทัศน์ผ่านจอทรงโดมในประเด็นที่หลากหลาย ตั้งแต่ศิลปกรรมถึงอภิปรัชญา เช่น การพัฒนาเทคนิคการสร้างงานอนิเมชันในต่างประเทศ และการตามหาทฤษฎีทางฟิสิกส์หนึ่งเดียวที่จะอธิบายทุกอย่าง เป็นต้น การออกแบบนิทรรศการและธีมต่างๆ นั้น ทางมิไรกังจะมีการวางแผนเพื่อให้กิจกรรมต่างๆ ออกมาสอดคล้องกับแผนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศฉบับที่ 6”

นอกจากนี้ กสว. ได้เข้าพบผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ชิมาซุ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ Shimadzu Tokyo Innovation Plaza โดยมีการแลกเปลี่ยนมุมมองและความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเทคโนโลยี โดยบริษัท ชิมาซุ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเครื่องมือวิเคราะห์และเครื่องมือวัด อุปกรณ์ทางการแพทย์ และรวมถึงชิ้นส่วนอุปกรณ์อากาศยานและอุตสาหกรรมอื่น ๆ บริษัทชิมาซุ มีประวัติการนำเข้าและผลิตเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนานตั่งแต่ปี พ.ศ. 2418ในยุคเมจิ ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดรับเทคโนโลยีจากต่างชาติและปฏิรูปประเทศให้กลายเป็นประเทศสมัยใหม่ โดย นายเก็นโซ ชิมาซุ เป็นผู้ก่อตั้ง

บริษัทชิมาซุ มีชื่อเสียงจากความสามารถในการพัฒนา ผลิต และจำหน่ายเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงการตรวจสอบรับรองคุณภาพ มีประวัติผลงานเด่น เช่น ในปี พ.ศ. 2452 เป็นผู้บุกเบิกรายแรกของญี่ปุ่นสำหรับระบบเครื่องถ่ายภายรังสีเอกซ์ ส่งผลให้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2499 เป็นผู้พัฒนาเครื่องแก๊สโครมาโตกราฟรายแรกในญี่ปุ่น ส่งผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมัน ในปี พ.ศ. 2504 เป็นผู้พัฒนาระบบเครื่องถ่ายภายรังสีเอกซ์ฟลูโอโรสโคปีแบบควบคุมระยะไกลรายแรกของโลก ซึ่งช่วยลดการสัมผัสรังสีของบุคลากรทางการแพทย์ ในปี พ.ศ. 2010 เป็นผู้พัฒนาเครื่องลิควิดโครมาโตกราฟ แมสสเปกโตรเมทรี ระดับสูง รายแรกของญี่ปุ่น ส่งผลต่อความก้าวหน้าในการวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ของญี่ปุ่น และในปี พ.ศ. 2566 ได้เป็นผู้พัฒนาหนึ่งในเครื่องแก๊สโครมาโตกราฟที่มีขนาดเล็กที่สุดของโลก เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานวัตกรรมอาหารและสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีนักวิจัยในบริษัทชิมาซุ ดร.โคอิจิ ทานากะ เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี พ.ศ. 2545 อีกด้วย

ปัจจุบันบริษัทชิมาซุดำเนินการภายใต้การนำของนายยาสุโนริ ยามาโมโตะ ประธานบริษัท มีหลักการคือการสร้างสรรค์สังคมด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความท้าทายของสังคมในปัจจุบันและอนาคต โดยมุ่งการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการควบคุมคุณภาพ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์ ยา อาหาร สิ่งแวดล้อม พลังงาน เคมี วัสดุ อุปกรณ์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่ง