ในเดือนตุลาคมของทุกปีนับเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม โรคร้ายที่นับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย[1] โรคร้ายแรงนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจำนวนมากในแต่ละปี ตอกย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการตระหนักรู้ด้านการป้องกันปัญหาทางสุขภาพที่เร่งด่วน ด้วยไม่เพียงเป็นโรคร้ายที่ส่งผลกระทบต่อบุคคล กระทบต่อภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัวและสังคม แต่ยังส่งผลในวงกว้างต่อระบบการดูแลสุขภาพในการวินิจฉัย และการดูแลรักษาในระดับประเทศ

มะเร็งเต้านมเกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ท่อน้ำนมทำให้เกิดเป็นก้อนเนื้องอกขึ้น และโตขึ้นกระจายสู่อวัยวะสำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่ต่อมน้ำเหลือง ปอด ตับ สมอง และกระดูก ทำให้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต สัญญาณเตือนที่สามารถตรวจพบได้คือ การคลำพบก้อนที่เต้านม หัวนมบุ๋ม หรือมีเลือดไหลออกจากหัวนม และมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังบริเวณเต้านม เช่น บุ๋ม บวม แดง มีแผล ในปัจจุบัน หากไม่มีประวัติในครอบครัวว่าเคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน แพทย์อาจแนะนำให้เริ่มตรวจโดยการทำแมมโมแกรม และอัลตราซาวด์ในช่วงอายุประมาณ 40 ปี แต่หากพบว่าสมาชิกในครอบครัวมีประวัติการเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน ควรมีการตรวจวินิจฉัย 5 ปีก่อนที่คนในครอบครัวตรวจพบ อาทิ หากมีประวัติว่ามารดาเป็นมะเร็งเต้านมขณะที่อายุ 35 ปี การตรวจของบุตรในช่วงอายุ 30 ปี จึงนับเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันได้

มะเร็งเต้านม เป็นได้ ก็รักษาหายได้
นพ. พรสิระ หงสกุล ศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่เกิดขึ้นในผู้หญิงไทยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะจากปัจจัยเสี่ยง อาทิ พันธุกรรม ยาฮอร์โมน หรือการได้รับรังสีก็ตาม แต่อยากให้ทุกคนตรวจด้วยตนเองเป็นประจำทุกเดือน เนื่องจากระยะการเติบโตของโรคนั้นมีลักษณะการเติบโตเป็นเดือน การรอตรวจสุขภาพประจำปีอาจจะช้าและไม่ทันท่วงที ดังนั้น การตรวจด้วยตนเองในทุกเดือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ “เมื่อคลำพบสิ่งแปลกปลอมในเต้านมควรพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา โดยหากพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม และรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม โอกาสในการรักษาหายจะมีสูงมาก ซึ่งปัจจุบัน แนวทางและยาในการรักษามะเร็งเต้านมมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือว่าการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ในการรักษาของคนไข้แต่ละคน และมีการนอนพักรักษาในโรงพยาบาลที่สั้นลง แผลเป็นลดลง ทั้งนี้ หากกล่าวถึงการผ่าตัดที่ผู้ป่วยอาจมีความกังวลนั้น นวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบัน ผลข้างเคียงจากการรักษาไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหรือการใช้ยาในการรักษาลดลง โดยผู้ป่วยที่ตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มต้นหรือระยะแรก สามารถรักษาให้หายขาดได้มากกว่า 90%”

นอกจากนี้ การออกกำลังกายก็มีความสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง เนื่องจากการออกกำลังกายเป็นหนึ่งในกลไกที่ทำให้ร่างกายมีการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งลดโอกาสการเกิดโรคอ้วน และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ สำหรับผู้ป่วยในช่วงที่ให้ยาเคมีบำบัดหรือรับการรักษาอาจจะรู้สึกอ่อนเพลีย หากวันที่รู้สึกว่าเริ่มฟื้นตัวแล้ว การออกกำลังกายเบา ๆ ถือเป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในบริเวณชุมชน เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อค่อนข้างสูง
จากผู้ป่วยมะเร็งเต้านม สู่การเป็นผู้ส่งต่อกำลังใจ

คุณไอรีล ไตรสารศรี ผู้ก่อตั้ง ART for CANCER เปิดเผยว่า โครงการ ART for CANCER เป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่พบว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านม เมื่อเป็นมะเร็งแล้วจึงรู้สึกว่าเป้าหมายชีวิตเปลี่ยนไป จึงอยากมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า และแก้ไขปัญหาด้วยศักยภาพของตนผ่านงานศิลปะ และการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง รวมทั้งการความช่วยเหลือผ่านการให้กำลังใจ กำลังทรัพย์ และการให้ความรู้ เพื่อส่งเสริมการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย “จริง ๆ แล้วผู้หญิงไทยยังคงกลัวการไปตรวจมะเร็งเต้านม และยังมีความเชื่อที่ว่าเป็นมะเร็งเต้านมต้องตัดทิ้งเท่านั้น สิ่งหนึ่งที่โครงการ ART for CANCER ให้ความสำคัญคือ การพยายามให้ความรู้ เปลี่ยนความเชื่อเดิม ๆ ในเรื่องการเป็นโรคมะเร็งเต้านมให้เกิดความเชื่อใหม่ว่า ตรวจพบเร็วในระยะเริ่มต้น รักษาหายได้ การเปลี่ยนความกลัวการไปตรวจของคนนั้นจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก หลายคนกลัวการรักษา กลัวการตัดเต้านม กลัวไม่หาย ไม่ว่าความกลัวในแบบใดก็ตาม เรามีหน้าที่ย้อนกลับไปหาสาเหตุ และอุดรอยรั่วความกลัวตรงนั้น ด้วยความรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้อง ทุกการช่วยเหลือที่เปลี่ยนความคิดคนได้ หรือให้กำลังใจผู้ป่วยได้มันเป็นพลังส่งต่อเรื่องราวดี ๆ สร้างทัศนคติที่ดีให้กับทุกคน”
A group of people sitting in a room
Description automatically generated

RECENT POST
-
20-03-2025
-
20-03-2025
-
20-03-2025

