
พลเอกอนันตพร ได้เดินทางไปยังลานสยามมินทร์ สำนักงานเทศบาลเมืองอรัญญประเทศเพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “รวมใจประชารัฐ พัฒนาสตรีและครอบครัวสู่สังคมเสมอภาค” ภายใต้แนวคิด “ประชารัฐร่วมใจ สร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง” โดยมีนายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร พม. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานกว่า 500 คนพลเอก อนันพร กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงเปรียบเทียบจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พบว่า ในปี 2561 มีผู้ถูกกระทำความรุนแรง จำนวน 2,710 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก ปี 2560 จำนวน 860 ราย (ปี 60/1,850) และในจำนวนนี้เป็นความรุนแรงในครอบครัว ถึง 1,774 ราย จากแนวโน้มตัวเลข ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น เป็นไปได้ว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ประชาชน รับทราบช่องในการแจ้งเหตุ หรือขอรับบริการ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย การช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ ทำให้กล้าที่จะแจ้งเหตุ ดังนั้น การสร้างความรับรู้ ความเข้าใจให้แก่ประชาชนจึงเป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญ สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วในวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่จะช่วยกันยุติความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ ซึ่งจังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่อาจก่อให้เกิดปัญหาความรุนแรงตามมา และจากสถิติความรุนแรงที่พบในจังหวัดสระแก้ว พบว่ายังมีความรุนแรงเกิดขึ้นอยู่แต่เป็นตัวเลขที่น้อย และกิจกรรมในวันนี้จะช่วยกระตุ้นคนในสังคมให้ตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงมากขึ้นและช่วยกันเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดของตนด้าน นายเลิศปัญญา กล่าวว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีภารกิจในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวมีความเข้มแข็งและมั่นคง จำเป็นต้องทำงานเชิงรุก รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ โดยเล็งเห็นความสำคัญของ “สื่อ” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่กระจายเนื้อหาข่าวสารไปยังประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้สังคมได้รับรู้ข่าวสารเหตุการณ์ ตลอดจนความรุนแรงของเหตุการณ์ต่างๆ ของสังคม และยังมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ และเมื่อปี 2555 สค. จึงได้จัดโครงการเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในงานด้านสตรีและครอบครัวแก่เครือข่ายสื่อมวลชน และรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่องานของ สค. ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชน โดยใช้ชื่อโครงการพลังบวกสาม ภาครัฐ สื่อ และประชาสังคมเพื่อสตรีและครอบครัว และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ที่ได้มีการขับเคลื่อนโครงการพลังบวกสามฯ เกิดผลตอบรับที่ดี ซึ่งนอกจากจะสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ที่ทำงานในพื้นที่ที่ตั้งใจทำงานอย่างจริงจังแล้ว ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และที่สำคัญต้องขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วม และนำเสนอภาพลักษณ์ดีๆ ของโครงการนี้มาโดยตลอด

RECENT POST
-
20-03-2025
-
20-03-2025
-
20-03-2025

