news-details
24-09-2019
STOP “FAKE NEWS” “รู้เท่าทัน” เพื่อป้องกัน หยุดวงจร “สร้างข่าวปลอม”

การหยุดยั้งข่าวปลอม (Fake News) ข่าวลือ ข่าวที่มีเนื้อหาบิดเบือน เรื่องเก่าเล่าใหม่ อีกหนึ่งปัญหาสังคมที่ต้องเร่งแก้ไขเพราะทวีความรุนแรง เปรียบเหมือนไวรัสร้ายกระจายไปทั่วสังคม และไม่ใช่เพียงภาครัฐที่ต้องมีบทบาทขจัดปัญหานี้ให้บรรเทาเบาบางลงเท่านั้น แต่ภาคเอกชนและประชาชนก็ต้องร่วมด้วยช่วยกัน ระดมสมอง เพื่อสร้างสรรค์แนวทางกระตุ้นจิตสำนึกและจรรยาบรรณผู้ผลิตสื่อคุณภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างค่านิยมในการเสพข่าวสารข้อมูลอย่างมีสติและรู้เท่าทัน

An image

หลังจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่กระจายข่าวปลอมเริ่มลุกลามบานปลาย หลายองค์กรเริ่มตื่นตัวและต้องการเข้ามามีบทบาทช่วยแก้ไขปัญหา ล่าสุด LINE ประเทศไทย ได้จัดงาน STOP “FAKE NEWS” ข่าวจริงหรือข่าวปลอม คิดก่อนกด งานสัมมนาและเวิร์คช็อปที่จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการใช้งานสื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย แก้ปัญหาการแพร่กระจายของ ข่าวปลอม และข้อมูลออนไลน์ที่ไม่ถูกต้อง เริ่มต้นจากกลุ่มคนที่เป็นต้นทางในการผลิตสื่อ ซึ่งต้องมีความรอบรู้เกี่ยวกับสื่อยุคใหม่ และผลิตสื่อด้วยจิตสำนึกความรับผิดชอบ โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรวงการสื่อชั้นนำระดับโลกและในระดับประเทศ อย่างสำนักข่าวเอพี สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และผู้คร่ำหวอดในด้านสื่อสารมวลชน มาช่วยชี้เป้าให้ผู้ผลิตสื่อและผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ได้รับความรู้เกี่ยวกับลักษณะของข่าวปลอม และวิธีการแชร์ข้อมูลข่าวสารอย่างรับผิดชอบ นำไปสู่วิธีการรับสื่อและค้นหาข้อมูลในโลกดิจิทัลได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น พร้อมนำเสนอวิธีป้องกัน และทางแก้ไขที่เหมาะสมเมื่อต้องเจอกับข่าวปลอมเข้าอย่างจัง

An image

ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท LINE ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในขณะที่ไลน์มีช่องทาง LINE TODAY รวบรวมคอนเทนต์จากแหล่งน่าเชื่อถือเพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลได้อย่างวางใจ แต่ขณะเดียวกันแอปพลิเคชั่น LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 44 ล้านคน ในระยะเวลาที่คิดเป็นหนึ่งในสามของการใช้งานสมาร์ทโฟนของคนไทย มีการแชร์ข้อมูลนับพันล้านครั้งต่อวัน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจเป็นช่องทางในการส่งต่อข่าวปลอมด้วยเช่นกัน ซึ่งเรารับรู้และเฝ้าติดตามถึงปัญหาสังคมที่เกิดจากข่าวปลอมมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เริ่มวางแผนที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานี้

ประกอบกับ ไลน์ พลัส คอร์ปอเรชั่น บริษัทในเครือไลน์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลี ได้ประกาศแคมเปญเพื่อสังคมทั่วโลก ในชื่อ STOP “FAKE NEWS”  โดยร่วมมือกับสำนักข่าวเอพี (The Associated Press-AP) เครือข่ายข่าวระดับโลก เดินหน้าให้ความรู้ในภูมิภาคต่างๆ เริ่มที่ไทยเป็นที่แรก จึงเป็นหน้าที่และภารกิจสำคัญของ LINE ประเทศไทย ที่จะขับเคลื่อนและเป็นผู้สร้างความตระหนักรู้ในการรับข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนทุกคน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวงทั้งหลาย โดยเฉพาะกระตุ้นให้คิดอย่างรอบคอบ และข้อมูลนั้นต้องมีความน่าเชื่อถือมากเพียงพอ ต้องชัวร์ก่อนถึงจะแชร์ออกไปได้ นำไปสู่การเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนนิเวศข้อมูลข่าวสารคุณภาพของประเทศ

An image

เวิร์คชอป STOP “FAKE NEWS ชี้ให้ทุกคนเห็นว่าปัญหาข่าวปลอมในไทยเป็นเรื่องใหญ่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งเห็นได้จากความพยายามของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการจัดตั้งศูนย์สกัดกั้นข่าวปลอม (เฟคนิวส์ เซ็นเตอร์) ขึ้นมาอย่างจริงจัง ซึ่ง พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ด้วยการกระตุ้นให้สังคมมีจิตสำนึกและคิดวิเคราะห์ในการรับสาร และจำเป็นต้องอาศัยพันธมิตรและประชาชน ซึ่งมีแผนในการใช้แพลตฟอร์ม LINE Official Account จัดตั้งกลุ่มเพื่อมอนิเตอร์ข่าวปลอมนั้น จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เสพข่าวจากการแชร์ข่าวปลอมออกไป เป็นการแชร์เนื้อหาว่าข่าวใดเป็นข่าวปลอม ทั้งยังช่วยสานต่อสู่การแชร์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่กันในอนาคต

จากนั้นก็มาถึงการให้ความรู้ความเข้าใจปัญหาเฟคนิวส์ในระดับโลก ซึ่ง ทาแมร์ ฟาคาฮานี Deputy Director Global News Coordination สำนักข่าวเอพี ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบร้ายแรงจากการสำรวจ พบครึ่งหนึ่งของผู้ทำแบบสอบถามพร้อมที่จะส่งต่อข้อมูลทันทีโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อน รวมทั้งยังกระตุ้นให้สื่อคำนึงถึงจรรยาบรรณ ยึดมั่นและรับผิดชอบต่อวิชาชีพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถี่ถ้วนด้วยวิธีต่างๆ อาทิ สืบค้นจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ หรือแม้แต่จากบุคคลเจ้าของเรื่องหรือที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอข่าวสารข้อมูลนั้นสู่สาธารณชน ส่วนสถานการณ์ในไทยนั้น กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสื่อใหม่ ไทยพีบีเอส ได้ชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจถึงเหตุผลของการสร้าง Fake News และลักษณะต่างๆ ของข่าวปลอม ข่าวปลอมมักถูกสร้างขึ้นจากคน 4 กลุ่ม 1.นักเลงคีย์บอร์ด โพสต์เพื่อความสนุกส่วนตัว คึกคะนอง 2.กลุ่มหวังเงินจากการโฆษณา สร้างโพสต์หวังยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดคนติดตามเพิ่มขึ้น 3.กลุ่มสร้างความเกลียดชัง จึงสร้างข้อความดูหมิ่น ยุยงในทางลบ 4.กลุ่มหลอกลวง สร้างข้อมูลเท็จ เพื่อหลอกขายสินค้าหรือฉ้อโกง รวมถึงวิธีการตรวจสอบที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เช่นการสังเกตลักษณะเว็บไซต์เบื้องต้น จากชื่อ โลโก้ โฆษณา ฟ้อนต์ เป็นต้น พร้อมกระตุ้นให้สังคมเกิด Digital Literacy อย่างจริงจังอีกด้วย

An image

นอกจากนั้น งานนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการระดมความเห็น ถกเถียงอย่างออกรสผ่านเวทีเสวนา “ข่าวจริงหรือข่าวปลอม คิดก่อนกด” โดยมีผู้ร่วมพูดคุยที่น่าสนใจ อย่าง วสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พีรพล อนุตรโสตถิ์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย อสมท. ผศ.ดร.รัชญ์ ครุจิต จากรายการชัวร์ก่อนแชร์ และกอล์ฟ-กิติพัทธ์ ชลารักษ์ พิธีกรรายการเทยเที่ยวไทย ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงเวลาที่ทุกคนต้องร่วมมือกันหยุดยั้ง Fake News ด้วยการรู้เท่าทัน รับข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ ควรตั้งข้อสังเกตหรือสงสัยว่าข้อมูลนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ทุกครั้ง หากยังไม่แน่ใจก็ควรเป็นเพียงผู้รับสาร หยุดแชร์ต่อเพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายข่าวปลอม และระมัดระวังก่อนจะใส่ความเห็น ส่งต่อหรือแชร์ออกไปอยู่เสมอ

สำหรับการรับมือกับข่าวปลอมนั้นจำเป็นต้องเข้าไปแก้ที่ต้นเหตุ รู้เขารู้เราให้ได้เสียก่อน ซึ่ง Fake News จะมีอิทธิพลกับเราก็ต่อเมื่อตรงจริตหรือตรงกับชุดความเชื่อของเราอยู่แล้ว ดังนั้นทุกคนควรจะรู้เท่าทัน ปล่อยวาง หรือวางตำแหน่งตัวเองเป็นบุคคลที่ 3 ของข่าวที่กำลังเสพ ก็จะทำให้เรารับมือกับข่าวปลอมนั้นได้เป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งการมีบุคคลที่น่าเชื่อถือปรากฏอยู่ในข่าว ก็ไม่อาจเชื่อได้อย่างสนิทใจในทันที เพราะด้วยเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแปลง ตัดต่อ แต่งภาพและเนื้อหา ให้กลายเป็นอีกเรื่องได้ พร้อมสรุปถึงการยึดหลักกาลามสูตร ซึ่งเป็นหลักแห่งความเชื่อทางพุทธศาสนา ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญา รวมทั้งหลักการ SPOT ในการตรวจสอบ นั่นคือแหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ (Source) ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงความถูกต้อง (Profit) ไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อเกินจริง (Over) และต้องถูกที่ถูกเวลา (Time & Place)

นอกจากนี้ LINE ยังได้ร่วมมือพันธมิตรจัดงานดังกล่าวขึ้นอีกครั้งที่ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดย ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธาน ซึ่งได้ วสันต์ ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ บรรณาธิการเวปไซด์ 77 ข่าวเด็ด ผศ.พิจิตรา สึคาโมโต้ หัวหน้าภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกอล์ฟ-กิตติพัทธ์ ชลารักษ์ จากรายการ "เทย เที่ยว ไทย” ร่วมพูดคุย ซึ่งได้เสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ร่วมงาน ทั้งนักเรียน นักศึกษา อาจารย์และผู้ที่ทำงานด้านสื่อสารมวลชนทั้งในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมรับฟังและซักถามถึงวิธีการป้องกันข่าวปลอมเพื่อทำความเข้าใจในการเสพและสร้างข่าวสารที่มีคุณภาพได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่จะจุดประกายให้ทุกคนในสังคมตื่นตัวกับการป้องกันการแพร่กระจายข่าวปลอม รู้จักความร้ายกาจ เข้าใจพฤติกรรม มีสติรับสาร และเท่าทันวิจารณญาณของตนเองให้ “คิดก่อนกด” ทุกครั้ง